วิธีเดินทาง Kamikochi และ Norikura ด้วย Nohi bus จาก Takayama
วิธีเดินทาง Kamikochi และ Norikura ด้วย Nohi bus จากทาคายามะ ทริปตะลุยเทือกเขาเจแปนแอลป์ (Japan Alps) แบบสะดวกและคุ้มค่าที่สุด เริ่มต้นออกเดินทางจากเมืองโบราณทาคายามะ (Takayama) ไปยังสองจุดไฮไลต์ธรรมชาติอย่าง คามิโคจิ (Kamikochi) และ โนริคุระ (Norikura) โดยใช้บริการรถบัส Nohi Bus ทริปนี้เราเดินทางในช่วงฤดูร้อน เดือน ก.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะกันการเดินเขา เดินป่าที่ญี่ปุ่น จะมีดอกไม้ป่าบานเต็มไปทั่ว

Nohi Bus
ใครมาเที่ยว Takayama แล้วต้องการเดินทางไปที่เที่ยวต่างๆ หรือเดินทางข้ามเมืองด้วยรถบัส ศูนย์กลางก็คือสถานี Takayama Nohi Bus Center ซึ่งจะอยู่ติดกับสถานีรถไฟ JR Takayama ใครจะไปที่เที่ยวต่างๆ ก็ต้องมาต่อบัสที่นี้ เช่น Kamikochi, Shin Hotaka, Shirakawago, Magome-juku และยังมีเส้นทางอีกมากมาย
เราสามารถดูข้อมูล Nohi Bus ได้ทาง https://www.nouhibus.co.jp/english/

เมื่อเรามาถึงสถานีเข้ามาด้านในก็สามารถซื้อตั๋วได้เลยจากตู้ หรือ เคาเตอร์ก็ได้ หรือจะจองออนไลน์มาก็ได้

และ Nohibus ก็มีพาสที่น่าสนใจด้วย ซึ่งคุ้มมากๆ เช่น
Marugoto Value Ticket
คามิโคจิ + กระเช้าชินโฮทากะ (Shinhotaka Ropeway) รวมไว้ครบทั้งรถบัสและตั๋วกระเช้า
- Kamikochi & Okuhida Marugoto Value Ticket
- รายละเอียด:
- ขึ้นรถบัสสาย Takayama – Hirayu – Shinhotaka ได้ไม่จำกัดเที่ยว (2 หรือ 3 วัน)
- ตั๋วขึ้นกระเช้าลอยฟ้า Shinhotaka Ropeway (ไป-กลับ)
- ตั๋วรถบัส Hirayu Onsen ↔ Kamikochi (ไป-กลับ 1 รอบ)
- คูปองส่วนลดสถานที่ท่องเที่ยวและร้านค้าในพื้นที่
- ราคา (เริ่มจาก Takayama):
- พาส 2 วัน: ผู้ใหญ่ 10,500 เยน / เด็ก 5,250 เยน
- พาส 3 วัน: ผู้ใหญ่ 11,000 เยน / เด็ก 5,500 เยน
- ช่วงจำหน่าย: ประมาณ mid-April ถึง mid-November (ตามช่วงเวลาเปิดคามิโคจิ)
- รายละเอียด:
- Okuhida Marugoto Value Ticket (ไม่รวม Kamikochi)
- รายละเอียด: เหมือนพาสข้างต้น แต่ไม่รวมทางไป Kamikochi เหมาะกับคนที่เน้นเที่ยวเฉพาะฝั่ง Okuhida Onsen + กระเช้า Shinhotaka Ropeway
- ราคา (เริ่มจาก Takayama): พาส 2 วัน ผู้ใหญ่ 7,700 เยน / เด็ก 3,850 เยน

และยังพาสต่างๆอีก ของ Nohi Bus ดูรายละเอียดไดทาง https://www.nouhibus.co.jp/english/ticket/
เราอยู่เมือง Takayama 3 วัน โดย วันแรกจะไป Norikura วันที่สองไป Kamakochi แต่ 2 ที่นี้ไม่มีพาสร่วมกัน ก็ไม่เป็นไรซื้อตั๋วไปกลับ Discount Round-trip Ticket เลยก็จะถูกลงมาอีกนิด ซึ่งการจองที่นั่งของ Nohi Bus จะมีทั้งรอบจองและไม่จอง คือขอแค่ให้มาขึ้นรถตามเวลาตารางรถยังไงก็ได้ขึ้น ไม่มีเต็ม ข้อดีของการใช้ Nohibus เที่ยว ไม่ต้องกังวลว่ารถจะเต็มเพราะถ้ารถเต็มเขาจะเอารถมาเสริมเพื่อส่งผู้โดยสารเพิ่ม
สามารถดูคคลิปรีวิวได้ด้วย
Norikura
ยอดเขาโนริคุระ Norikura ซึ่งเป็นป้ายรถบัสที่อยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ความสูง 2,702 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล คำว่า Norikura (乗鞍) มีความหมายว่า “อานม้า” ซึ่งมาจากลักษณะของทิวเขาและสันเขาที่มีส่วนโค้งเว้าคล้ายกับอานที่วางอยู่บนหลังม้า
ภูเขาสูง 3,000+ เมตรที่ปีนง่ายที่สุดในญี่ปุ่น ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาเค็งกามิเนะ (Kengamine ) ที่ความสูง 3,026 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล แม้จะสูงมากแต่กลับปีนได้ง่ายสำหรับมือใหม่ เพราะมีรถบัสแล่นขึ้นไปส่งถึงป้าย Norikura Tatamidaira ที่ความสูง 2,702 เมตร จากป้ายรถบัสใช้เวลาเดินเทรคกิ้งต่อไปถึงยอดเขาเพียงประมาณ 1.5 ชั่วโมงเท่านั้น
วันแรกเราไป Norikura กัน มาขึ้นรถที่สถานีรถบัส

ค่าโดยสารไป-กลับ อยู่ที่ 5,700 เยน ใช้เวลารวมถึงยอด Norikura ประมาณ 2 ชม. ขึ้นที่ป้ายหมายเลข 5 ที่บอกไป Shinhotaka Ropeway



ซึ่งใครไป Norikura ต้องแวะเปลี่ยนรถที่ Honokidaira แล้วต่อไป Norikura
และถ้าใครขับรถมาก็ต้องมาจอดรถที่นี้ และเปลี่ยนเป็นรถบัสขึ้นไปเท่านั้นนะ รถส่วนตัวขับขึ้นไปไม่ได้

และนั่งต่อจนไปถึง Norikura Tatamidaira ซึ่งเป็นป้ายรถบัสที่อยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ความสูง 2,702 เมตร

ศูนย์บริการ มีร้านอาหาร อุปกรณ์ต่างๆ และป้ายขากลับจะอยู่ด้านหน้า

เรามาเดินเริ่มกัน Norikura จะมีหลายเส้นทางให้เลือกทั้งแบบง่าย แบบยาก
เส้นทาง Alpine flower เดินชมทุ่งดอกไม้ ซึ่งอยู่ติดกับสถานีรถบัสเลย ไม่มีทางชันเท่าไร เดินวนรอบก็ประมาณ 1 ชม. จบแล้ว ซึ่งผู้สูงอายุก็เดินได้สบายๆ
เส้นทาง Mt.Fujimi เป็นจุดยอดเขาที่ได้ไม่ยาก ประมาณ 30-40 นาทีก็ถึงยอดแล้ว จะมองเห็นวิวของ Norikura สวยงามง่ายๆเลย
และเส้นทางจุดสูงสุดของ Norikura ยอดเขา Kengamine ที่ความสูง 3,026 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นภูเขาสูง 3,000+ เมตรที่ปีนง่ายที่สุดในญี่ปุ่น ใช้เวลาถึงยอดประมาณ 2 ชม. ไปกลับประมาณ 4 ชม.

ตอนแรกเรากะแค่ไปรูทสั้นๆ แต่ฟ้าวันนี้ดีมากๆเลยตัดสินใจไปยอดสูงสุดเลย!
เริ่มเรามองเห็นเส้นทาง Alpine flower จากสถานีรถบัสได้เลย แต่เราจะไปไกลกว่านั้น!

เริ่มเดิน จะเห็นทะเลสาบสวยๆ ซึ่งใครไม่เดินไกลๆ ก็เดินแถวนี้ได้

เดินมาถึงทางก่อนขึ้น Mt.Fujimi จะเป็นมุมกว้าง คนจะนิยมมาดูพระอาทิตย์ตกกัน

ถ้าเราขึ้นไป Mt.Fujimi จะมองเห็นมุมนี้ที่สูงกว่านี้


เดินไปเรื่อยๆ ยังมีหิมะอยู่เลย! เดือน ก.ค. แล้ว เขาบอกมีแบบนี้อยู่ทั้งปีเลย พอประมาณ ตค. หิมะก็เริ่มมาแล้ว Norikura ก็จะเริ่มปิด


มีจุดเล่นสกี ในเดือน ส.ค. ด้วย

เราเดินไปเรื่อยๆ จะถึงจุดที่พัก แล้วหลังจากนั้นก็เป็นทางชันไปเรื่อยจนถึงศาลเจ้า เส้นทางจะโหดตอนนี้แหละ

เดินขึ้นไปเรื่อยๆ สำหรับคนออกกำลังกายมาบ้าง ก็สามารถขึ้นมาได้ เดินระวังนิดหนึ่งมีปีนป่ายหินเล็กน้อย

ก่อนถึงศาลเจ้าก็มีกระท่อมขายของที่ระลึก

แล้วเราก็มาถึงยอดสูงสุดของ Norikura ยอดเขา Kengamine ที่ความสูง 3,026 เมตร แล้ว วิวสวยมาก



แวะไหว้ศาลเจ้า ซื้อเครื่องรางและมีประทับด้วยว่าเราถึงยอดเขาวันไหน

เริ่มเดินลงมาด้านล่างไปเส้นทาง Alpine Flower ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นถิ่นที่อยู่ของน้องไรโช เป็นนกประจำถิ่นของเจแปนแอลป์ เราจะเห็นช่างภาพยืนรอถ่ายรูปแถวนี้กันเต็ม แต่เรารอตั้งนานก็ยังไม่เห็น

ดอกไม้อัลไพน์ ดอกเล็กๆ มีทั่วในบริเวณนี้ อย่าไปแตะ หรือไปนั่งทับนะ เพราะต้นไม้เหล่านี้โตยากมากๆ ถ้าเสียหายอาจเป็น 10 ปีถึงจะกลับมาโตใหม่

เส้นทาง Alpine Flower สวยงาม เดินวนรอบประมาณ 1 ชม. หรือเร็วกว่านั้น


แล้วเราก็ถึงช่วงบ่าย 3 ซึ่งขากลับรอบจะเป็นไปที่ Hirayu Onsen แทนเพื่อกลับ Takayama

Kamikochi
วันที่ 2 เราเดินทางไปคามิโคจิกัน ราคาตั๋วไปกลับ 5,800 เยนเท่านั้น ซึ่งข้อดีของ Nohi Bus เลยก็คือไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า แค่มาตามรอบเวลาก็ได้ขึ้นรถแน่นอน เขาจะเตรียมรถจนพอกับผู้โดยสาร

เราจะไปเปรียบรถที่ Hirayu Onsen จุดนี้ก็มีขายของกิน ของฝาก มาซื้อน้ำ อาหาร เป็นเสบียงไว้ก่อนเดินในคามิโคจิได้ที่นี้เลย
ส่วนใครขับรถเที่ยว ก็มาจากที่นี้แล้วเปลี่ยนรถเข้าคามิโคจิ ที่นี้นะ

เริ่มเดินในคามิโคจิ ซึ่งมีหลายรูทสั้นยาว รอบนี้เราจะเดินรูทสั้นๆ ที่ครบเลย ก็คือลงที่ Taisho Pond แล้วเดินไปถึงสะพาน Kappa แล้วก็กลับเป็นอันจบ ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชม. น่าจะเสร็จ แต่ใครอยากไปถึง Myojin Pond ก็เตรียมเวลาไว้ประมาณ 5-6 ชม.

ลงที่ Taisho Pond

Taisho Pond เป็นหนึ่งในวิวที่ควรแวะจริงๆในคามิโคจิ

แล้วก็เริ่มเดิน ทางเดินทำไว้ดี เดินง่ายมาก และคนเยอะ ไม่ต้องระวังหมีมาก แต่ติดกระดิ่งไว้ก็ดี


เดินไม่นานก็ถึงสะพานกัปปะแล้ว แวะหาอะไรกินแถวนี้ แล้วก็เดินกลับได้


จากสะพานกัปปะเดินกลับไปสถานีรถ ประมาณ 10 นาทีเท่านั้นใกล้มาก ซึ่งถ้าใครไม่อยากเดินเยอะ ขามาก็มาลงที่สถานีรถเลย แล้วเดินไปสะพานนิดเดียวเท่านั้น

กลับมาเปลี่ยนรถที่ Hirayu Onsen

แวะชมของฝาก


และมีอาหารขายด้วย แอดกินเนื้อฮิดะย่างบนใบโฮบะ อาหารท้องถิ่นของทาคายามะ




กินเสร็จก็เดินทางขึ้นรถของ Nohi Bus กลับไปที่เมืองทาคายามะ เป็นอันจบทริปการเที่ยวด้วย Nohi Bus ซึ่งยังมีอีกหลายเส้นทางที่ยังน่าไปจากทาคายามะ ไว้มาได้อีกนะ



